ม.เทคโนโลยีมหานคร พร้อมลงเครื่องจักรชุดแรกของศูนย์ MUT – SMT Training Center ปรับโฉมอาคารA (MII) เป็นศูนย์ด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ผลิตกำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมในอนาคต

รองศาสตราจารย์ ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร   และ คุณรณฤทธิ์ พัฒนาพงษ์สถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสไอพี เทคโนโลยี จำกัด  ได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางด้านการพัฒนาขีดความสามารถของระบบการผลิตแบบ SMT ทั้งทางด้านเครื่องจักร และระบบเครือข่ายการจัดการข้อมูลการผลิตให้ทันสมัย และเหมาะสมต่อการพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากร เพื่อให้เป็นวิศวกรและช่างเทคนิคที่มีทักษะเฉพาะทางขั้นสูง ด้าน SMT Line

     ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567  ได้มีการส่งเครื่องจักรที่ทันสมัย เพื่อประกอบกันเป็นสายพานการผลิตแบบ SMT (SMT Line) สำหรับใช้ในการประกอบแผงวงจรไฟฟ้า (PCB Assembly, PCBA) เพื่อติดตั้ง ณ ห้องปฏิบัติการ MUT-SMT อาคาร MII  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

     “มหานคร ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยระดับแนวหน้าของประเทศ ที่เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic circuit design) การออกแบบวงจรรวม (IC design) การออกแบบแผงวงจร (Printed Circuit Board (PCB) design) รวมถึงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ขณะนี้มหาวิทยาลัยกำลังจัดตั้งห้องปฏิบัติการ SMT Line  เพื่อเป็นห้องปฏิบัติการต้นแบบในการประกอบแผงวงจรไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี SMT (Surface Mount Technology) ซึ่งทำให้สามารถผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็กลงแต่มีความหนาแน่นในการประกอบสูง (High assembly density) ด้วยต้นทุนการผลิตต่ำลงอย่างมาก”

      รศ. ดร.ภานวีย์ฯ  ยังได้กล่าวเสริมว่า  “ห้องปฏิบัติการ SMT ที่ว่านี้  จะเป็นสถานที่ที่นักศึกษาวิศวะมหานครได้เข้ามาลงมือปฏิบัติจริง  หลังจากเรียนภาคทฤษฎีมาอย่างเข้มข้นในห้องเรียน  ทั้งนี้เพื่อพัฒนาทักษะให้พร้อมในการออกไปสู่อุตสาหกรรมด้าน PCBA นอกจากนี้ เรายังได้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมกว่า 20 หลักสูตร เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากรที่ทำงานอยู่ในโรงงานผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ส่งช่างเทคนิคของท่านมาฝึกอบรมกับเราเพื่อ upskill หรือยกระดับทักษะใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมี ทำให้สามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ที่มีกระบวนการทำงานแบบใหม่ได้ และอาจส่งคนมา reskill เพื่อเปลี่ยนทักษะและเรียนรู้สิ่งใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายงานเดิมก็ได้ ถ้ากล่าวโดยภาพรวมแล้ว ก็ถือเป็นการทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยมีบุคลากรที่มีองค์ความรู้และทักษะสูงทางด้านการประกอบแผงวงจรไฟฟ้าหรือ PCBA อย่างแท้จริง”

       อธิการบดี รศ. ดร.ภานวีย์ ยังได้กล่าวสรุปว่า “ประโยชน์ยิ่งยวดจากการลงทุนเบื้องต้นกว่า 20 ล้านบาทในครั้งนี้ นอกจากมหานครจะได้ฝึกอบรม เพื่อ upskill/reskill  ผู้ปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แล้ว  นั่นคือ การที่นักศึกษาวิศวะของเราจะได้รับประสบการณ์จริง ได้ลงมือทำจริง จากการใช้ห้องปฏิบัติการ SMT นี้  เราจึงเชื่อมั่นว่า เมื่อนักศึกษาจบการศึกษาจากมหานคร จะเป็นบุคลากรที่มีทักษะสูง และพร้อมรับมือกับสภาพการทำงานที่ใช้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้ ทำให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิผล ก่อเกิดผลิตภาพสูงสุด ในงานที่ปฏิบัติอย่างยั่งยืนตลอดไป”

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.