มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) ผนึกกำลัง Imperial College London จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ “IEEE BioSensors 2026”

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) ผนึกกำลัง Imperial College London จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ “IEEE BioSensors 2026” เชื่อมงานวิจัยระดับโลกสู่การใช้งานจริงและเชิงพาณิชย์ระหว่างวันที่ 2–4 สิงหาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้การสนับสนุนของ IEEE Sensors Council เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านไบโอเซนเซอร์ พร้อมเชื่อมโยงนักวิจัยชั้นนำจากทั่วโลกกับภาคการแพทย์ อุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และนักลงทุน เพื่อผลักดันผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริงและการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้มีมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน

โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ IEEE BioSensors 2026 เเละมีผู้ทรงเกียรติ อาทิ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. Professor Pantelis Georgiou จาก Imperial College London ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เข้าร่วมการประชุม

การประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักวิจัยทั่วโลก มีผลงานส่งเข้ารับการพิจารณา 226 ผลงาน จาก 28 ประเทศ ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิอิสระ ก่อนคัดเลือกเพื่อนำเสนอในรูปแบบการบรรยายทางวิชาการ 26 เรื่อง การนำเสนอแบบโปสเตอร์ 69 ผลงาน และการสาธิตเทคโนโลยีแบบสด 5 รายการ โดยเนื้อหาครอบคลุมเทคโนโลยีไบโอเซนเซอร์และระบบตรวจวัดทางชีวภาพ ตั้งแต่ Lab-on-a-Chip, DNA Chip, อิมมูโนเซนเซอร์ อุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์ฝังในร่างกาย ตลอดจนการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์และแมชชีนเลิร์นนิงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูล

รศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และประธานร่วมจัดการประชุม IEEE BioSensors 2026 กล่าวว่า การประชุม IEEE BioSensors ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 เป็นเวทีนานาชาติที่เชื่อมโยงนักวิจัยด้านไบโอเซนเซอร์เข้ากับภาคการแพทย์ อุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และนักลงทุน เพื่อร่วมพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

การประชุมครั้งนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของการจัดงาน ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ในปี 2566 เมืองเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร ในปี 2567 และเมืองซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา ในปี 2568 ก่อนที่กรุงเทพมหานครจะได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพในปี 2569 สะท้อนศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับการประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก

กรุงเทพมหานครมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม สถานพยาบาล สถาบันการศึกษา ศูนย์วิจัย บุคลากรทางวิทยาศาสตร์ และผู้ประกอบการเทคโนโลยี ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีทางการแพทย์ อุปกรณ์สุขภาพ และนวัตกรรมสุขภาพดิจิทัล

อีกทั้งระบบนิเวศการวิจัยและนวัตกรรมของไทยยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการลงทุนด้านการวิจัย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างบุคลากรในสาขาวิศวกรรมชีวภาพ วิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ไบโอเซนเซอร์ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ รวมถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย โรงพยาบาล และบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันผลงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง 

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัด IEEE BioSensors 2026 นับเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมยกระดับบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางความร่วมมือด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนในสาขาที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว ทั้งเทคโนโลยีทางการแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพ ปัญญาประดิษฐ์ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย โรงพยาบาลภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ เทคโนโลยีไบโอเซนเซอร์มีความสอดคล้องกับทิศทางดังกล่าว เนื่องจากสามารถนำไปใช้สนับสนุนภารกิจสำคัญของประเทศได้อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับระบบสาธารณสุข การแพทย์แม่นยำ การเฝ้าระวังโรค ความมั่นคงและความปลอดภัยด้านอาหาร การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเพิ่มขีดความสามารถของภาคการผลิตและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ด้าน Professor Pantelis Georgiou ประธานการประชุม IEEE BioSensors 2026 กล่าวว่า การจัดตั้งเครือข่ายสาขา IEEE BioSensors ในประเทศไทยจะช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมทางวิชาการให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการจัดประชุมประจำปี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้และความร่วมมือด้านไบโอเซนเซอร์เป็นสำคัญ พร้อมเปิดโอกาสให้ขยายความร่วมมือไปยังศาสตร์สาขาอื่น รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี

โปรแกรมภายในงานยังประกอบด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการ 3 หัวข้อ ได้แก่ การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์และแมชชีนเลิร์นนิงกับสัญญาณชีวภาพ กลยุทธ์การตรวจวัดด้วยใยแก้วนำแสง และการตรวจวัดทางชีวภาพและเคมีด้วยแสงแบบ Superchiral ตลอดจนกิจกรรมสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่และการแข่งขัน MYOSA เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรมด้านเซนเซอร์

ไฮไลต์สำคัญ คือการเสวนาภาคอุตสาหกรรมหัวข้อ “The Path to Market for Electrochemical Point-of-Care Biosensors” ถ่ายทอดเส้นทางการพัฒนาไบโอเซนเซอร์ ตั้งแต่การวิจัยในห้องปฏิบัติการ การพัฒนาต้นแบบ การทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย ไปจนถึงการผลิต การขออนุญาต และการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด

ความร่วมมือในการจัด IEEE BioSensors 2026 ครั้งนี้ ยังเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และ Imperial College London ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ร่วมกันเปิดตัว MUT – Imperial Semiconductor AI & BioSensor Electronics Research (SABER) Laboratory หรือ SABER Lab. ห้องปฏิบัติการวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และไบโอเซนเซอร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่ง

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.