MUT รับไม้ต่อจาก อว. เป็น "หน่วยปฏิบัติการหลัก" เชื่อมไทย–เนเธอร์แลนด์ ผนึก มหาวิทยาลัยทเวนเต (University of Twente) ขับเคลื่อนกำลังคนและงานวิจัยเซมิคอนดักเตอร์สู่อนาคต

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) ตอกย้ำบทบาทผู้นำการพัฒนากำลังคน ด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ หลังได้รับมอบหมายจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้เป็นหน่วยปฏิบัติการหลักในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและ มหาวิทยาลัยทเวนเต (University of Twente) ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อพัฒนากำลังคน งานวิจัย และนวัตกรรมด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. และ มหาวิทยาลัยทเวนเต ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดย รศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดี MUT ร่วมลงนามรับทราบในฐานะผู้แทนหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ MUT จะเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและผลักดันการดำเนินงานร่วมกันใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

  • การพัฒนากำลังคนและการศึกษา ผ่านการพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิจัย รวมถึงการพัฒนาทักษะ Upskill และ Reskill เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
  • การวิจัยและนวัตกรรมขั้นสูง ในสาขาโฟโตนิกส์ อิเล็กทรอนิกส์กำลัง เซนเซอร์ชีวภาพ และเทคโนโลยี Lab-on-Chip เพื่อประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
  • การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ ผ่านโครงการวิจัยร่วม ห้องปฏิบัติการร่วม และความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคอุตสาหกรรมชั้นนำทั่วโลก

ศ.ดร.ยศชนัน ได้ระบุถึง “แผนพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ระยะที่ 1 (ปี 2569–2573)” ว่า ประเทศไทยตั้งเป้าผลิตบุคลากรทักษะสูงให้ได้ราว 84,900 คน และนักวิจัยอีก 1,780 คน เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์ ที่คาดว่าจะต้องการบุคลากรมากถึง 226,000 คน ในอีก 5 ปีข้างหน้า

“การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คือ ‘รากฐาน’ สำคัญของยุทธศาสตร์นี้ เพราะการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานจะต้องก้าวไปพร้อมกับวิศวกร นักวิจัย และช่างเทคนิคที่มีฝีมือ ซึ่งไทยได้เตรียมพร้อมทั้งการปรับหลักสูตรวิศวกรรมแบบยืดหยุ่นที่ร่วมออกแบบกับภาคอุตสาหกรรม การตั้งศูนย์ฝึกอบรมแห่งชาติ และการให้ทุนระดับปริญญาเอกเพื่อสร้างนักวิจัยระดับสูง”

“การลงนามครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของไทย ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก เพื่อพัฒนากำลังคนและงานวิจัยที่จะเป็นรากฐานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเรามุ่งหวังให้เป็น ‘เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ (New Growth Engine)’ ของประเทศต่อไป”

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของ MUT ในการเป็นกลไกสำคัญของประเทศด้านการพัฒนากำลังคนและเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมสนับสนุนการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และสร้างรากฐานสำคัญให้กับเศรษฐกิจแห่งอนาคตของประเทศ