อย่างที่ทราบกันดีว่าประเทศไทย มีหลักสูตรการศึกษาที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียน ได้มีทางเลือกในการเรียนที่หลากหลาย ซึ่งการเรียนสายอาชีพก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับการเตรียมความพร้อมในด้านของทักษะความรู้ รวมถึงประสบการณ์การทำงานในอนาคต และเพื่อให้ผู้ที่เรียนสายอาชีพโดยเฉพาะผู้ที่ศึกษาในหลักสูตร ปวส. ที่กำลังสนใจที่จะศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการศึกษา หรือแนวทางในการไปต่อได้ง่ายขึ้น เราจึงได้นำเอาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรเทียบโอนคืออะไร หลักสูตรต่อเนื่องคืออะไร และทั้ง 2 หลักสูตรนี้ต่างกันอย่างไร นำมาฝากกันผ่านทางบทความนี้

หลักสูตรเทียบโอนคืออะไร?

หลักสูตรเทียบโอนคืออะไร?

หลักสูตรเทียบโอนคือ หลักสูตรที่จะนำเอาผลการเรียนในระดับ ปวส. จากรายวิชาที่ผู้เรียนได้มีการเรียนมาแล้วบางส่วน นำเอาไปเทียบโอนเข้ากับรายวิชาในระดับการศึกษาปริญญาตรี เพื่อให้ผู้เรียนสามารถที่จะศึกษาต่อในวุฒิปริญญาตรีได้นั่นเอง ซึ่งระยะเวลาในการศึกษาอาจจะไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ เพราะอาจขึ้นอยู่กับการเทียบโอนรายวิชาในสาขานั้นๆ ว่าจะสามารถทำการเทียบโอนมาได้เท่าไหร่ แต่โดยส่วนมากแล้ว มักจะใช้เวลาเรียนอยู่ที่ประมาณ 2 ปีครึ่งถึง 3 ปี ซึ่งผู้เรียนจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติก่อนว่า สาขาที่เรียนมานั้นตรงกับกลุ่มวิชาที่เปิดรับสมัครหรือไม่

หลักสูตรต่อเนื่องคืออะไร?

หลักสูตรต่อเนื่องคือ หลักสูตรที่เรียนต่อเนื่อง มาจากหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง หรือระดับ ปวส. ไปสู่การเรียนต่อในระดับปริญญาตรี โดยที่จะไม่มีการเทียบโอนวิชา เมื่อผู้เรียนศึกษาจบในระดับ ปวส. เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถที่จะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ในสาขาวิชานั้นๆ ได้เลยทันที โดยหลักสูตรนี้จะมีระยะเวลาในการเรียนเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น แต่ปัจจุบันหลักสูตรนี้ อาจจะยังมีเพียงแค่บางสถานศึกษาเท่านั้น

หลักสูตรต่อเนื่อง vs เทียบโอน แตกต่างกันยังไง?

จากข้อมูลของหลักสูตรต่อเนื่อง และหลักสูตรเทียบโอน ที่เราได้นำเอามาฝากในข้างต้น สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเลย คือระยะเวลาในการศึกษาต่อ หากเป็นการเลือกเรียนในหลักสูตรต่อเนื่อง จะมีระยะเวลาในการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น แต่หากเป็นการเลือกหลักสูตรเทียบโอน ระยะเวลาการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี อาจจะไม่ตายตัว เนื่องจากอาจไม่สามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้ทั้งหมด ซึ่งจะแตกต่างจากการเรียนหลักสูตรต่อเนื่อง ที่ไม่ต้องเทียบโอนหรือตรวจสอบคุณสมบัติในการสมัคร

แนะนำแผนการการเรียนเทียบโอนวิศวกรรมที่ MUT

แนะนำแผนการการเรียนเทียบโอนวิศวกรรมที่ MUT

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ผลักดันให้ผู้ที่มีวุฒิระดับ ปวส. หรือเทียบเท่า รวมถึงผู้ที่มีประสบการณ์การทำงาน ได้สามารถต่อยอดทางด้านการศึกษาและความรู้ในสายอาชีพให้มากขึ้น ทางมหาวิทยาลัยจึงได้มีการเปิดรับสมัครนักศึกษา ที่ต้องการจะศึกษาต่อในแผนการเรียนวิศวกรรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) มีแผนการเรียน 2 แผนด้วยกัน ได้แก่ แผนการเรียน 4 ปี สำหรับผู้ที่จบมัธยมศึกษาตอนปลาย และแผนการเรียนเทียบโอนหน่วยกิต หรือประสบการณ์การทำงาน สำหรับผู้ที่จบการศึกษาในระดับ ปวส. โดยสาขาวิชาที่เปิดรับเทียบโอนคือ

  • วิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง 
  • วิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์
  • วิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมควบคุมอุตสาหกรรมและเครื่องมือวัด
  • วิศวกรรมโยธา
  • วิศวกรรมเครื่องกล
  • วิศวกรรมกระบวนการและอุตสาหการ (สาขาวิศวกรรมกระบวนการเคมี)
  • วิศวกรรมกระบวนการและอุตสาหการ (สาขาวิศวกรรมอุตสาหการและโลจิสติกส์)
  • วิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์และออโตเมชัน
  • วิศวกรรมคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์

ข้อดีของการเทียบโอนวิศวกรรมที่ MUT

ข้อดีของแผนการเรียน เทียบโอนวิศวะ แผนการเรียนวันเสาร์-อาทิตย์ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) คือผู้เรียนสามารถทำการยื่นสมัครได้ 2 วิธี ได้แก่ วิธีการโอนหน่วยกิต และวิธีการเทียบโอนประสบการณ์การทำงาน ผู้เรียนจะสามารถเลือกเวลาเข้าเรียนที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ทำให้ประสบการณ์ทำงานที่มีไม่เสียเปล่า ช่วยให้ผู้เรียนได้ประหยัดเวลามากขึ้น และสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การทำงาน ในสายงานที่เกี่ยวข้องมาก่อน อาจารย์ผู้สอนจะทำการทดสอบทักษะ และความรู้ของผู้เรียนก่อนเรียน หากผ่านการพิจารณาว่าผลการเรียน สามารถที่จะจัดสรรเวลาในการเรียนได้ จะทำให้ผู้เรียนไม่ต้องเรียนซ้ำในเรื่องเดิมที่มีทักษะ และความรู้ผ่านประสบการณ์ที่เคยทำงานมาก่อนแล้ว อีกทั้งค่าเทอมยังสามารถแบ่งชำระได้อีกด้วย

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.